เชฟหนุ่มชาวขอนแก่น แรงงานไทยในอิสราเอล เผยตัดสินใจบินกลับไทยทันทีหลังเหตุการณ์สงครามเริ่มรุนแรง พร้อมขอพักใจก่อนเดินหน้าหางานใหม่ทำ

นายธนาธิป ทะสา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 333/38 ม.6 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น แรงงานไทยที่ไปทำงานในตำแหน่งพ่อครัว หรือเชฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองชายทะเลทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล ซึ่งได้เดินทางกลับถึง จ.ขอนแก่น บ้านเกิด หลังเกิดเหตุการณ์สู้รบในอิสราเอล โดยเป็นแรงงานไทยชุดแรกที่เดินทางกลับ ด้วยเครื่องบินพาณิชย์กลับเมืองไทยและเดินทางต่อมายังบ้านเกิด ที่.ขอนแก่น ทันที

นายธนาธิป หรือ นัท กล่าวว่า ได้ไปทำงานเป็นเชฟที่เมือง HAIFA(ไฮฟา) ซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล เมื่อเดือน เม.ย. 2565 โดยติดต่อทางอีเมลล์สมัครงานด้วยตนเองโดยหวังว่าจะไปทำงานเก็บเงินแล้วกลับมาตั้งตัวที่เมืองไทย โดยก่อนหน้านั้นได้ติดต่อสมัครงานในตำแหน่งเชฟอาหารญี่ปุ่นในประเทศต่างๆ เพราะมีทักษะทางด้านนี้ จนกระทั่งนายจ้างที่อิสราเอลยื่นข้อเสนอมาเป็นที่พอใจจึงตกลงเดินทางไป และใช้ทุนส่วนตัวเป็นค่าวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบินและอื่นๆ ร่วมแสนบาท

"เมื่อไปถึงนายจ้างพาไปที่ทำงานซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ “HASHUSHIYA” อยู่ในย่านชุมชนเมือง ทำงานในตำแหน่งเชฟ ได้ค่าแรงประมาณ 50,000 - 60,000 บาทต่อเดือน ทำงานวันละ 8 - 10 ชั่วโมง มีวันหยุด 2 วัน รายได้ส่วนหนึ่งส่งกลับมาให้พ่อแม่ใช้รายเดือน ส่วนหนึ่งใช้จ่าย และส่วนที่เหลือเก็บออม โดย ตลอดระยะเวลา 1 ปี 5 เดือนที่ทำงานที่นั่นการทำงานราบรื่น รายได้เป็นที่น่าพอใจ ไม่มีเหตุการณ์อะไรทุกอย่างปกติแม้จะทราบมาก่อนหน้านี้ว่าเป็นเมืองสงคราม จนกระทั่งเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาทำงานตามปกติ ต่อมาทราบจากนายจ้างว่าเกิดเหตุสู้รบกับทางตอนใต้ของประเทศและลุกลามรุนแรงขึ้น ผ่านไป 2 - 3 วัน จึงตัดสินใจขอนายจ้างกลับประเทศไทย เนื่องจากอิสราเอลเป็นเมืองไม่ใหญ่มาก คิดว่าหากเหตุการณ์บานปลายต้องมาถึงเมืองทางตอนเหนือแน่"

นายธนาธิป หรือ นัท กล่าวอีกว่า วันที่ 11 ต.ค. ได้ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยเงินส่วนตัว และได้บินกลับไทยเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับแรงงานชุดแรก และเดินทางต่อกลับมาที่ จ.ขอนแก่นทันที เมื่อถึงบ้านรู้สึกอุ่นใจโล่งใจ ขณะนี้ใช้ชีวิตโดยการพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ตอนนี้ยังไม่คิดว่าจะทำอะไรต่อ ขอพักใจตั้งหลักก่อน จากนั้นค่อยหางานใหม่ในต่างประเทศ แต่คงไม่ใช่อิสราเอล เพราะหากเกิดสงครามขึ้นมาอีก ตนอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ และไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วงเพราะตนเป็นลูกชายคนเดียว

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : เพชรรัตน์ วังระหา

ผู้เรียบเรียง : ธัญญารัตน์ ธีรหิรัญวัฒน์

แหล่งที่มา : สวท.ขอนแก่น

 


image รูปภาพ
image
image
image
image

image วิดีโอ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Navigation
ข่าวเด่น
ข่าวเด่น
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวประชาสัมพันธ์
ไทย-เยอรมนี ร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขับเคลื่อนขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ
ที่ห้องประชุมนวราชมงคล ชั้น 3 อาคาร 50 ปีเทคนิคไทย-เยอรมัน ขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น สถานเอกอัครราชทูตเยอรมัน กรุงเทพฯ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมเปิดงาน “พลังงานสะอาดขับเคลื่อนอนาคต” โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ อุปนายกสภามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผศ.ดร.อาดา รัยมธุรพงษ์ รองอธิการบดีประจําวิทยาเขตขอนแก่น และนายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมัน ร่วมเป็นประธานฯ
กิจกรรม
กิจกรรม
ข่าวฝาก
ข่าวฝาก
Banner Bottom