สคร.7 ขอนแก่น ห่วง “ไข้เลือดออก” กลับมาใหม่หลังฝนตกทิ้งช่วง
13/07/2567 |
701
|

นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-22 มิถุนายน 2567 ประเทศไทยพบรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 39,216 ราย มากกว่าปี 2566 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน ถึง 1.2 เท่า
สำหรับสถานการณ์ ในเขตสุขภาพที่ 7 (จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์) ได้รับรายงานผู้ป่วยทั้งสิ้น 1,150 ราย พบผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงที่สุด คือกลุ่มอายุ 10-14 ปี พบจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ จังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกลงมา โดยปกติโรคไข้เลือดออกจะระบาดมากในฤดูฝนของทุกปี สิ่งสำคัญคือ ควบคุมโรคอย่างรวดเร็วหากพบผู้ป่วย และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์และลูกน้ำยุงลาย เพื่อลดจำนวนยุงลายพาหะนำโรคให้เหลือน้อยที่สุดหากปล่อยให้มีแพร่โรคในฤดูกาลระบาดแล้วจะทำให้การควบคุมโรคทำได้ยากยิ่งขึ้น ซึ่งกรมควบคุมโรคได้เน้นมาตรการสำคัญในการจัดการปัญหาไข้เลือดออก คือมาตรการสามเก็บคือ “เก็บบ้าน เก็บน้ำให้มิดชิด เก็บขยะ” นอกจากมาตรการ สามเก็บแล้วขอให้เพิ่มอีก 1 ท.คือ "ทายากันยุง" ซึ่งสามารถไล่ยุงได้นาน 6 ชั่วโมง
“อาการของไข้เลือดออก คือ ไข้สูงลอยเกิน 2 วัน (ไข้จะสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส) เบื่ออาหาร อาเจียน ไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ กินยาแล้วไข้ไม่ลดลงภายใน 1-2 วัน ถ้ามีอาการใดอาการหนึ่ง ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาให้ทันท่วงที ซึ่งช่วงที่อันตรายของโรค คือ ช่วงที่ไข้ลดลง เนื่องจากเป็นช่วงที่เข้าสู่ระยะช็อก ซึ่งหากรักษาไม่ทันจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ และพบว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เนื่องมาจากมาพบแพทย์ช้าเกินไป ในช่วงที่ไข้ลดแล้วช็อกนั่นเอง เพราะฉะนั้น เมื่อป่วยมีไข้สูง ไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ อย่านิ่งนอนใจรีบไปพบแพทย์ทันที หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422”
เพชรรัตน์ วังระหา
สวท.ขอนแก่น

รูปภาพ

วิดีโอ